|
เขียนโดย ไพจิตร วสันตเสนานนท์
|
|
วันเสาร์ที่ 13 กันยายน 2008 เวลา 09:58 น. |
|
กู่เมืองบัว ตั้งอยู่ในดงปู่ตาหรือชาวบ้านเรียกว่า ดอนกู่ มีลักษณะเป็นเนินดินติดกับคูน้ำทางทิศใต้ ตัวโบราณสถานก่อด้วยศิลาแลงหันหน้าไปทางทิศตะวันออกมีแนวคูน้ำล้อมรอบ บริเวณประสาทพบทับหลังรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัน ศิลปะขอมแบบบาปวน อายุราวพุทธศตวรรษที่ 17 ตกอยู่ 1 ชิ้น จากการสอบถามชาวบ้านทราบว่าเคยมีการขุดทางด้านทิศใต้ของปราสาทประธาน พบประติมากรรมรูปบุรุษและสตรี ที่เคยประดิษฐานอยู่บนประติมากรรมที่ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังของปราสาทประธาน ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่ามีความเกี่ยวพันกับตำนานพื้นบ้านเรื่อง สังข์ศิลป์ชัย และพบเทวรูปที่มีศีรษะเป็นช้าง ลำตัวเป็นมนุษย์ ซึ่งน่าจะหมายถึงพระคเณศอยู่ร่วมกัน จากข้อมูลดังกล่าวอาจจะเป็นไปได้ว่า รูปบุรุษและสตรีที่สูญหายตามคำบอกเล่าคงเป็นรูปพระศิวะและ นางอุมาซึ่งเป็นต้นวงศ์ (บิดา – มารดา ) ของพระคเณศและมักจะพบร่วมกันเสมอ ดังนั้นกู่เมืองบัวคงจะสร้างขึ้นในลัทธิไศวนิกาย ศิลปะขอมแบบบาปวนตามรูปแบบทับหลังที่ปรากฏ โดยอาจจะมีการดัดแปลงในพุทธศตวรรษที่ 18 ทั้งนี้เนื่องจากศิลาแลงเป็นวัสดุในการก่อสร้างอาคารทั้งหลังที่พบโบราณที่สร้างขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว
ชาวเมืองบัวให้ความเคารพนับถือจะนำดอกไม้ธูปเทียนไปบูชาทุกวันพุธและวันพระ เพื่อขอพรให้อยู่เย็นเป็นสุข เป็นความสุขทางใจที่ได้เข้าไปขอพร ทุกปีชาวเมืองบัวจะประกอบพิธีสรงกู่ ในวันขึ้น 8 ค่ำเดือน 6 จะนำเทวรูปมาสรงน้ำด้วยเพื่อความเป็นศิริมงคล
|
|
|
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ 07 สิงหาคม 2010 เวลา 19:36 น. |
คอมเมนต์
ควรจะมีบริเวรรอ บนอกด้วย
ติดตามคอมเมนต์นี้ในรูปแบบ RSS feeds