|
เขียนโดย ไพจิตร วสันตเสนานนท์
|
|
วันเสาร์ที่ 13 กันยายน 2008 เวลา 10:06 น. |
|
จากการขุดค้นของนักโบราณคดีในปี 2542 -2546 พอสรุปได้ว่า ชุมชนเมืองบัวเคยเป็นชุมชนขนาดใหญ่มีความรุ่งเรืองมาแล้วในอดีตประมาณ 3,200 – 1,300 ปีในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายและมีการพัฒนาการอย่างต่อเนื่องมาจนถึงสมัยอิทธิพลวัฒนธรรมเขมรราวพุทธศตวรรษที่ 17–18 ดังหลักฐานคือกู่เมืองบัว สำหรับเนินดินสูงที่สุดของชุมชนเป็นที่ฝังศพ(ป่าช้า)ของคนโบราณตั้งอยู่ หมู่ 6 บริเวณกว้างประมาณ 10-20 ไร่ จากการขุดของนักโบราณคดี ชั้นแรกจากหน้าดินลึก 50-80 เชนติเมตรเป็นดินร่วนปนทรายพบภาชนะดินเผาค่อนหนาแน่น ชั้นที่ 2 หนาเฉลี่ยประมาณ 25 – 50 เซนติเมตร ดินมีสีคล้ำกว่าชั้นที่ 1 ชั้นที่ 3 ลึกเฉลี่ย 150 – 200 เซนติเมตร ดินสีน้ำตาล ชั้นนี้จะพบภาชนะดินเผาบรรจุกระดูกและโครงกระดูกมนุษย์มากมีหม้อและกำไล ชั้นที่ 4 หนาประมาณ 100 – 180 เซนติเมตร ดินมีสีเทา พบภาชนะดินเผาทับถมกันมากเนื้อดินสีดำ บาง ทาน้ำดินสีแดง ขัดมัน ชั้นที่ 5 เป็นชั้นดินธรรมชาติ เนื้อดินสีน้ำตาลอ่อน เป็นดินทรายร่วน เนื้อมีความสากมาก ปั้นเป็นก้อนได้แต่แตกง่าย ไม่พบวัตถุใดๆ ดังนั้นในชั้นนี้ก็คือชั้นดินธรรมชาติที่มีมาก่อนการอยู่อาศัยของมนุษย์และลึกลงไปจากนี้ประมาณ 1 เมตรไม่ปรากฏร่องรอยกิจกรรมของมนุษย์เลย
จากชั้นหลักฐานทางโบราณคดีทั้ง 5 ชั้นนี้สามารถแบ่งชั้นวัฒนธรรมได้ 2 สมัย โดยวิเคราะห์จากภาชนะดินเผา เช่น รูปทรง เนื้อดิน การตกแต่ง รวมทั้งแบบแผนพิธีกรรมการฝังศพที่แตกต่าง สิ่งของอุทิศที่พบ สมัยที่1 คือชั้นดินที่ 4 สมัยที่ 2 คือชั้นที่ 1,2,3
สรุปได้ว่า สถานที่ตรงนี้เป็นสุสานของคนโบราณที่ทับซ้อนกันมากันมาเป็นเวลายาวนานหลายพันปีจนกลายเป็นเนินดินที่สูงที่สุดในชุมชนเมืองบัว
จากการขุดค้นของนักโบราณคดีในปี 2542 -2546 พอสรุปได้ว่า ชุมชนเมืองบัวเคยเป็นชุมชนขนาดใหญ่มีความรุ่งเรืองมาแล้วในอดีตประมาณ 3,200 – 1,300 ปีในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายและมีการพัฒนาการอย่างต่อเนื่องมาจนถึงสมัยอิทธิพลวัฒนธรรมเขมรราวพุทธศตวรรษที่ 17–18 ดังหลักฐานคือกู่เมืองบัว สำหรับเนินดินสูงที่สุดของชุมชนเป็นที่ฝังศพ(ป่าช้า)ของคนโบราณตั้งอยู่ หมู่ 6 บริเวณกว้างประมาณ 10-20 ไร่ จากการขุดของนักโบราณคดี ชั้นแรกจากหน้าดินลึก 50-80 เชนติเมตรเป็นดินร่วนปนทรายพบภาชนะดินเผาค่อนหนาแน่น ชั้นที่ 2 หนาเฉลี่ยประมาณ 25 – 50 เซนติเมตร ดินมีสีคล้ำกว่าชั้นที่ 1 ชั้นที่ 3 ลึกเฉลี่ย 150 – 200 เซนติเมตร ดินสีน้ำตาล ชั้นนี้จะพบภาชนะดินเผาบรรจุกระดูกและโครงกระดูกมนุษย์มากมีหม้อและกำไล ชั้นที่ 4 หนาประมาณ 100 – 180 เซนติเมตร ดินมีสีเทา พบภาชนะดินเผาทับถมกันมากเนื้อดินสีดำ บาง ทาน้ำดินสีแดง ขัดมัน ชั้นที่ 5 เป็นชั้นดินธรรมชาติ เนื้อดินสีน้ำตาลอ่อน เป็นดินทรายร่วน เนื้อมีความสากมาก ปั้นเป็นก้อนได้แต่แตกง่าย ไม่พบวัตถุใดๆ ดังนั้นในชั้นนี้ก็คือชั้นดินธรรมชาติที่มีมาก่อนการอยู่อาศัยของมนุษย์และลึกลงไปจากนี้ประมาณ 1 เมตรไม่ปรากฏร่องรอยกิจกรรมของมนุษย์เลย
จากชั้นหลักฐานทางโบราณคดีทั้ง 5 ชั้นนี้สามารถแบ่งชั้นวัฒนธรรมได้ 2 สมัย โดยวิเคราะห์จากภาชนะดินเผา เช่น รูปทรง เนื้อดิน การตกแต่ง รวมทั้งแบบแผนพิธีกรรมการฝังศพที่แตกต่าง สิ่งของอุทิศที่พบ สมัยที่1 คือชั้นดินที่ 4 สมัยที่ 2 คือชั้นที่ 1,2,3
สรุปได้ว่า สถานที่ตรงนี้เป็นสุสานของคนโบราณที่ทับซ้อนกันมากันมาเป็นเวลายาวนานหลายพันปีจนกลายเป็นเนินดินที่สูงที่สุดในชุมชนเมืองบัว
|
|
|
|
|
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ 07 สิงหาคม 2010 เวลา 09:16 น. |
คอมเมนต์
ปล. อยากขุดขึ้นมาให ้ชาวไทยและชาวบ้ านได้ดูจัง
ติดตามคอมเมนต์นี้ในรูปแบบ RSS feeds